เลือกพาเลทพลาสติกอย่างไร ให้ตรงกับการใช้งาน

เลือกพาเลทพลาสติกอย่างไร ให้ตรงกับการใช้งาน

การเลือกพาเลทพลาสติกให้ตรงกับการใช้งานที่สุด ไม่ใช่แค่การเลือกพาเลทแบบที่รับน้ำหนักได้มากที่สุด หรือวางพอดีกับสินค้า แต่คือความสอดคล้องระหว่างลักษณะสินค้าที่ใช้ อุปกรณ์การยกย้าย รวมถึงประเภทชั้นวางสินค้าที่ใช้ด้วย ซึ่งเมื่อเลือกใช้พาเลทได้อย่างถูกต้องเหมาะสม จะช่วยให้ใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่า และลดต้นทุนเรื่องการซ่อมบำรุงได้อีกด้วย โดยการเลือกพาเลทพลาสติก สามารถแบ่งตามหัวข้อการใช้งานจริงที่นิยมใช้ ดังนี้

ตามลักษณะหน้าของพาเลท (Top Design)

เลือกพาเลทพลาสติกอย่างไร ให้ตรงกับการใช้งาน
• หน้าเรียบ (Flat Surface)

เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ยา และเครื่องสำอาง เนื่องจากสามารถทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ก่อการสะสมของฝุ่นและเชื้อโรคบนผิวพาเลท

เลือกพาเลทพลาสติกอย่างไร ให้ตรงกับการใช้งาน
• หน้าตะแกรง (Mesh/Vented Surface)

เหมาะสำหรับสินค้าเกษตร ของสด หรือสินค้าที่ต้องการการระบายอากาศ และน้ำที่มากับสินค้า ตัวพาเลทมีน้ำหนักเบา ราคาย่อมเยากว่าแบบหน้าเรียบ และระบายความชื้นได้ดีวัสดุที่ใช้ (Material)

• พลาสติก HDPE (High-Density Polyethylene)

พลาสติกประเภทนี้ มีความทนทาน ยืดหยุ่น ทนต่อความเย็นได้ดี สามารถใช้งานได้ในห้องเย็น

• พลาสติก PP (Polypropylene)

แข็งแรง ทนแรงครูดได้ดี ทนความร้อนได้สูง แต่ไม่เหมาะใช้งานในห้องเย็น หรืออากาศติดลบ

เลือกตามโครงสร้างฐาน และการเข้ายก

เลือกพาเลทพลาสติกอย่างไร ให้ตรงกับการใช้งาน
• แบบขา E (E-Leg Type)

เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งแบบหมุนเวียนและส่งออก รถยกสามารถเข้ายกได้ 4 ทิศทาง (4-Way Entry) ใช้งานได้กับทั้ง Forklift, Pallet Truck และ Stacker

เลือกพาเลทพลาสติกอย่างไร ให้ตรงกับการใช้งาน
• แบบช่องหน้าต่าง (Window Type)

กระจายน้ำหนักได้ดี แข็งแรงที่สุดในกลุ่มพาเลท สามารถใช้กับสายพานลูกกลิ่งได้ เนื่องจากมีคานด้านล่าง จึงสามารถใช้ได้กับ Forklift และ Pallet Truck

เลือกพาเลทพลาสติกอย่างไร ให้ตรงกับการใช้งาน
• แบบพลิกกลับใช้ได้สองด้าน (Reversible Pallet)

แข็งแรง ทนทาน สามารถวางซ้อนสินค้าได้หลายชั้น จุดเด่นคือการพลิกใช้งานได้ทั้งสองด้าน เนื่องจากโครงสร้างด้านบนและด้านล่างไม่ต่างกัน เหมาะสำหรับสินค้าที่เป็นถุงกระสอบ ใช้งานร่วมกับ Forklift เท่านั้น เนื่องจากล้อของรถยกประเภทอื่นอาจติดคานได้

นอกเหนือจากนี้ การเลือกใช้พาเลทยังต้องพิจารณาถึงการจัดเก็บ หรือการส่งออกไปยังพื้นที่ปลายทาง เช่น การรับน้ำหนักแบบ Static Load ขณะวาง, Dynamic Load การรับน้ำหนักเมื่อมีการเคลื่อนย้าย และ Racking Load การรับน้ำหนักเมื่ออยู่บนชั้นวางรวมถึงหากเป็นรุ่นหมุนเวียนควรค้านึงถึงขนาดมาตรฐานที่ประเทศปลายทางต้องการใช้อีกด้วย

เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ :

ก่อนซื้อพาเลทควรเช็คให้ชัวร์เรื่องน้ำหนัก (Loading Guide) เพื่อป้องกันการรับน้ำหนักเกิน

  1. Static Load
    การรับน้ำหนักเมื่อวางบนพื้นส่วนมากรับน้ำหนักได้ประมาณ 4,000 - 6,000 กิโลกรัม
  2. Dynamic Load
    น้ำหนักจริงของสินค้าที่รวมพาเลทแล้ว ขณะรถยกเคลื่อนย้าย รับน้ำหนักได้ประมาณ 1,000 - 1,500 กิโลกรัม
  3. Racking Load
    น้ำหนักที่รับได้ขณะวางบนชั้นวางสินค้า มักเป็นค่าที่น้อยกว่าการรับน้ำหนักแบบอื่นๆ ที่ 1,000 กิโลกรัมโดยประมาณ

#PlasticPallet #พาเลทพลาสติก #Warehousesolutions

MW

ล่าสุด